-------Advertisement----------

เจ็บใจ!! แม่น้องการ์ตูน เหยื่อรถซิ่ง เขียนจดหมายถึงคนไทย หลังศาลตัดสินคู่กรณี

-------Advertisement----------

จากกรณีน้องการ์ตูน เด็กหญิงวัย 5 ขวบ ถูกรถกระบะแต่งซิ่งพุ่งชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนผู้เป็นพ่อเสียชีวิต หน้าร้านสเต็กย่านบางบอนเมื่อปี 2557 โดยทางคู่กรณีไม่แสดงความรับผิดชอบเท่าที่ควร และไม่สามารถตกลงค่าเสียหายได้นั้น (อ่าน : สลด‘น้องการ์ตูน’เหยื่อกระบะ ตาบอดแล้ว!! แม่ช็อกน้ำตาไหล-อยากให้ดวงตาลูก) , (อ่าน พิพากษาแล้ว! จำคุก 1 ปีสาวซิ่งชน”น้องการ์ตูน-พ่อ” และให้ชดใช้ 6.3 ล้าน​)

1472547836_13882521_1842914902597162_6812404378986634533_n

1472547801_13879421_1846344802254172_1688312130181921995_n

1472547773_13879249_1845386075683378_5325277913856717922_n

ล่าสุด คุณแม่น้องการ์ตูน ได้เขียนลงเฟซบุ๊ก ร้านสเต็กคุณแม่การ์ตูน Mother’s Grill Steak House “ย่างด้วยรัก หมักด้วยใจ” ว่า “จดหมายถึงคนไทย – ชีวิตเป็นเพียงเส้นด้าย ขอฝากอุทาหรณ์ ให้คนไทยได้ตระหนักถึง หากเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น เราจะไม่รู้จักคำว่าชีวิตเป็นเพียงแค่เส้นด้ายเลย ทุกคนทราบกันดีว่าครอบครัวดิฉันต้องพังลงเพียงเพราะความคึกคะนองของคนขับขี่รถแข่งบนถนนสาธารณะ ที่ได้ยื่นความตายและความเสียหายใหญ่หลวงให้กับครอบครัวดิฉัน 1 คนตาย 1 คนพิการตลอดชีวิต 3 ชีวิตที่ต้องแบกรับภาระทุกๆอย่างวางบนบ่า มันหนักมากนะคะ หนักจนเข่าคุณจะทรุดลงแถบติดพื้น แต่ขาคุณจำเป็นต้องก้าวออกไปข้างหน้า แม้คุณจะมีแรงเหลืออยู่น้อยนิดก็ตาม เทียบกับนักกีฬายังมีหยุดพัก แต่ชีวิตดิฉัน ไม่มีกรรมการคอยเป่านกหวีดหยุดเวลาให้ ทั้งๆที่ฉันไม่ได้อยากลงสนามแข่งขันเลยก็ตาม

วันนี้ได้รับทราบขั้นตอนการชดใช้ค่าเสียหายของคู่กรณีแล้ว เข่าดิฉันได้ทรุดติดพื้นดินไปแล้วค่ะ ใครที่คิดว่าคนผิดต้องชดใช้ กฎหมายบังคับได้ ในความจริงมันไม่ได้จบสวยแบบนั้นเลยค่ะ ศาลตัดสินให้คู่กรณีจ่ายค่าเสียหาย แต่ศาลไม่มีอำนาจในการบังคับให้จำเลยจ่ายได้ ในส่วนของกรมบังคับคดีจะสืบทรัพย์และถ้าคู่กรณีมีถึงจะยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดเพื่อชดใช้ให้ แต่กรณีที่คู่กรณีไม่มีอะไรเลย เขาก็แค่เป็นบุคคลล้มละลายเท่านั้น

สรุปแล้ว ดิฉันมีเพียงกระดาษจากศาล 1 ใบว่าตัดสินให้แล้ว มีของแถมเป็นภาระทุกอย่างที่ฉันไม่ได้ก่อแต่ต้องเป็นคนแบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว แลกกับอีกคนที่กลายเป็นเพียง บุคคลล้มละลาย เราจะต้องอยู่กันอย่างมีความเสี่ยงแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ต้องมีอีกกี่เคสที่มาเจอสภาพเช่นนี้ สภาพที่ไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากก้มหน้ายอมรับในสิ่งที่เราไม่ได้ยินดีจะรับมัน และเราก็ไม่มีโอกาสพูดปฎิเสธออกไปได้เลย”