-------Advertisement----------

ภัยน้ำป่า!! ซัดรถลอยติดต้นไม้-นํ้าป่าถล่มลพบุรี สั่งอพยพ อลหม่าน นครปฐม ท่วมหนัก เตือนกรุง

-------Advertisement----------

น้ำป่าจู่โจม! เมืองลพบุรี เสียหายยับ บ้านเรือน200หลังถูกน้ำหลากท่วมฉับพลัน กระแสน้ำเชี่ยวพัดพาข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งรถยนต์-จยย.ออกจากบ้านไปไกล ผวจ.สั่งผู้นำท้องถิ่นทุกพื้นที่ ระดมกำลังช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง หรือนำไปฝากบ้านญาติ รวมทั้งนำเด็ก คนชรา และผู้ป่วยออกจากพื้นที่ ส่วนที่นครปฐม ฝนตกหนักเอ่อล้นถนนสายหลักในเขตเทศบาล ขณะที่กรมอุตุฯ เตือนกรุงเทพฯและปริมณฑลเกิดฝนฟ้าคะนอง มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากเป็นเวลาช่วงบ่ายถึงค่ำเมื่อวันที่ 29 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ระยะนี้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และกระบี่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

1472527305_p0103300859p1

น.ส.สุ กันยาณี ยะวิญชาญ ผอ.สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงกรณีวันที่ 29-30 ส.ค.นี้ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ว่าเนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน

วันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.นี้ ปริมาณฝนจะน้อยลงแต่ยังมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศพม่า ลาว และเวียดนามตอนบน ทำให้คลื่นลมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น มีฝนตกร้อยละ 40-60 ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ บริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ทะเลฝั่งอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จะมีฝนตกร้อยละ 40-60 ช่วงวันที่ 31 ส.ค.- 4 ก.ย.นี้ ส่วนมากเป็นเวลาช่วงบ่ายถึงค่ำ ขอให้ระมัดระวังสถานการณ์น้ำท่วมขังและน้ำฝนรอระบายไว้ด้วย โดยมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ขณะ ที่จ.นครราชสีมา เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมเขตพื้นที่อ.พิมาย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่บ้านหนองโทน ต.นิคม อ.พิมาย เข้าท่วมถนนสายพิมาย-ชุมพวง ประชาชนที่สัญจรได้รับความเดือดร้อนจากกระแสน้ำไหลแรงและท่วมสูง โดยเฉพาะหน้าโรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม บ้านพุทรา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา น้ำท่วมสูงกว่า 50 ซ.ม. โรงเรียนต้องเลื่อนเวลาเข้าเรียนช้ากว่าปกติ เพื่อให้ระดับน้ำลดต่ำไม่ส่งผลกระทบกับครู นักเรียน และผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน นอกจากนั้นน้ำป่ายังไหลทะลักเข้าท่วมเขตชุมชนและวัด ที่บ้านตะปัน และบ้านรักใหญ่ ระดับสูงกว่า 30 ซ.ม. บ้านเรือนประชาชนกว่า 50 หลังถูกน้ำท่วมขัง

1472527379_p0103300859p2

ต่อมาเวลา 14.00 น.สถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ เหลือเพียงบางช่วงยังมีน้ำไหลผ่านช้าๆ ระดับน้ำสูง 20 ซ.ม. ชาวบ้านต่างนำอุปกรณ์จับปลาพากันจับปลาบนพื้นถนนอย่างคึกคัก ขณะเดียวนายสุรพงษ์ พลฉิม กำนันน ต.รังกาใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายผู้ใหญ่บ้านสำรวจบ้านเรือนราษฎรของตนเอง โดยรายงานว่าน้ำป่าไหลหลากลงมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เข้าท่วมหมู่บ้านในพื้นที่ ต.รังกาใหญ่ 6 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย หมู่ 1, 5, 9, 12, 15 และหมู่ 16 มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมกว่า 50 หลังโดยจะทำรายงานความเสียหายส่งให้นายอำเภอพิมาย พิจารณาช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

เวลา 15.30 น. เกิดฝนตกอีกในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา นานกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้น้ำท่วมขังถนนสายต่างๆ ทั้งถนนมิตรภาพฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงหลักก.ม.ที่ 247-248 บริเวณหน้าตลาดเซฟวัน น้ำท่วมขังช่องทางคู่ขนาน 2 ช่องจราจร ระดับน้ำสูงกว่า 30 ซ.ม. รถเล็กผ่านไปมาลำบากการจราจรติดขัดอย่างหนัก กระทั่งเวลา 16.30 น. จึงเข้าสู่ภาวะปกติ

ส่วนที่จ.เพชรบูรณ์ มีฝนตกหนักและเมื่อเวลา 05.00 น. เกิดน้ำป่าไหลหลากลงจากเทือกเขาน้ำอ้อม มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 1 ต.ยางสาว อ.วิเชียรบุรี และถนนสายชัยภูมิ-นครสวรรค์ ตั้งแต่เขตพื้น หมู่ 3, 5, 16 ตั้งแต่บ้านเอี่ยมอุดม ไปถึงปั๊มน้ำมันเก่า มีน้ำป่าไหลผ่านถนนเป็นช่วงๆ ระยะทางยาวราว 1 ก.ม. ระดับน้ำสูงจนทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ บ้านเรือนราษฎร 30 หลังคาเรือนได้รับผล กระทบ จากนั้นน้ำยังไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 10 ขณะเดียวกันในพื้นที่ อ.วังโป่ง น้ำป่าจากเทือกเขาซับเปิบ และเขาน้ำลัดไหลหลากเข้าท่วมหลายหมู่บ้านในพื้นที่ ต.วังศาล อ.วังโป่ง รวมทั้งโรงเรียนบ้านดงลึก หมู่ 12 ต.วังศาล นำไหลเข้าท่วมอาคารเรียน ระดับสูง 1.50 เมตร โรงเรียนต้องสั่งให้นักเรียนกลับบ้าน เนื่องเกรงนักเรียนจะได้รับอันตราย

นางสมคิด ปิ่นพิทักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 กล่าวว่าน้ำมาไวมาก ได้ประกาศแจ้งให้ลูกบ้านเก็บของขึ้นที่สูงแต่ไม่ทัน น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่บ้านเลขที่ 428 หมู่ 10 ต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ลูกหลานของนายสุวรรณ จันทร์ขว้าง อายุ 74 ปี ต้องช่วยกันนำนายสุวรรณ หนีน้ำออกจากบ้านอย่างทุลักทุเล จากการสำรวจเบื้องต้นมีบ้านเรือนในพื้นที่ต.วังศาล กว่า 200 หลังคาเรือนได้รับผล กระทบ และได้รายงานให้นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป

ขณะที่จ.กำแพงเพชร นายธานี ธัญญาโภชน์ ผวจ.กำแพงเพชร พร้อมปภ.จ. กำแพงเพชร นายอำเภอขาณุวรลักษบุรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสลกบาตร นายกอบต.บ่อถ้ำ และนายกอบต.วังชะพลู ลงพื้นที่ตรวจสอบสอบเหตุน้ำท่วมขังที่ หมู่ 5 ต.สลก บาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี พร้อมพูดคุยให้กำลังใจประชาชน และกำชับสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งบรรเทาความเดือดร้อน ตลอดจนติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าสถาน การณ์จะคลี่คลายภายใน 1-2 วันนี้

ส่วนสถานการณ์ ที่ภาคใต้ ที่จ.ตรัง เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน จนกระทั่งเมื่อเวลา 13.00 น.เกิดน้ำป่าหลากจากภูเขาวังผาเมฆ ไหลเอ่อเข้าท่วมหัวสะพาน ทุ่งเมรุ ถนนสาย ตง.4001 ที่บ้านโคกพลา บ้านไสต้นวา หมู่ 7 และบ้านทุ่งหลวง ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก สูงประมาณ 50 ซ.ม. ส่งผลให้รถเล็กไม่สามารถขับผ่านได้ ก่อนไหลทะลักเข้าท่วมสวนยางพาราเป็นบริเวณกว้าง นายกอบต.วังมะปราง พร้อมด้วย ปลัดอบต. เข้าตรวจสอบพร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่อบต. ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นนำป้ายไปติดเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน และแนะให้หลีกเลี่ยงเส้นทางเพื่อความปลอดภัย คาดหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มอีกปริมาณน้ำจะลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

วัน เดียวกันที่จ.ลพบุรี เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.ท่าศาลา ต.นิคมสร้างตนเอง และต.กกโก อ.เมืองลพบุรี โดยน้ำป่าไหลหลากลงมาจากบ้านหนองถ้ำ ต.นิคมสร้างตนเอง มีสีแดงเข้มและไหลเชี่ยว เข้าท่วมถนนบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เพื่อหนีน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ท่าศาล หมู่บ้านเขาหนีบบ้านเรือนประชาชนกว่า 200 หลังคาเรือนถูกน้ำไหลเข้าท่วมอย่างฉับพลัน บางบ้านไม่สามารถนำข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ออกจากบ้านได้ทัน ถูกน้ำพัดพาไปไกล

1472527389_p0103300859p3

หลังเกิดเหตุนายภานุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี ลงพื้นที่พร้อมสำนักงาน ปภ.ลพบุรี โดยเรียกผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ทั้งหมดให้ระดมเจ้าหน้าที่ เข้าช่วยเหลือชาวบ้านบ้านที่ได้รับผล กระทบ พร้อมประสานกำลังทหาร เร่งเข้าช่วยขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูงหรือนำไปฝากบ้านญาติรวมทั้งนำเด็ก คนชรา และผู้ป่วยออกจากพื้นที่ และระดมกำลังกรอกทรายไปปิดกั้นเส้นทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าย่านเศรษกิจ

ด้าน นายธนปพน เงินเมย นายอบต.กกโก กล่าวว่าได้เปิดทางน้ำบนนถนนสายพหล โยธินที่ไหลมาจากต.ท่าศาลา ให้ไหลผ่านหมู่บ้าน โดยมีแนวกระสอบทรายกั้นมวลน้ำไหลลงสู่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน และใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายออกทางลำคลอง ให้ไหลลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย รายใหญ่ รวมถึงห้างสรรพสินค้า ที่อยู่ในแนวน้ำไหลเพื่อไม่ให้ท่วมขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัด โรงเรียน และส่วนราชการจำนวนมาก ในขณะเดียวกันนายโกวิทย์ ทองอยู่ ผอ.โรงเรียนพระนารายณ์ ได้ประกาศปิดโรงเรียน 2 วัน เนื่องจากน้ำได้หลากเข้าท่วมจนเต็มพื้นที่ เกรงนักเรียนกว่า 3 พันคนจะได้รับอันตราย และจะเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 1 ก.ย.นี้ต่อไป

1472527570_257029

ขณะที่ จ.นครปฐม ตั้งแต่เวลา 23.00 น.กลางดึกที่ผ่านมาจนถึง 01.00 น.วันที่ 29 ส.ค.เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลันในเขตเทศบาลนครปฐม ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังตามถนนหลายสายทั้งถนนหน้าพระ ถนนหลังพระ ถนนขวาพระ และถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกหน้าโรงแรมเวลเมืองนครปฐม ไปถึงเพชรเกษมบริเวณหน้าห้างโลตัสสาขาเมืองนครปฐม ทั้งสองฝั่งขาออก ขาเข้า ระดับน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 ซ.ม. รถเล็กวิ่งสัญจรด้วยความยากลำบาก รถจักรยานยนต์จอดเสียจำนวนมาก บางจุดสูงกว่า 45 ซ.ม.ล้นทะลักท่วมอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ ทรัพย์สินอุปกรณ์สำนัก งานที่วางตั้งอยู่ได้รับความเสียหาย รถยนต์ตำรวจที่จอดไว้บริเวณลานจอด บก.ภ.จว.นครปฐม ถูกน้ำท่วมถึงห้องโดยสารเสียหายหลายคัน นอกจากนั้นน้ำทะลักเข้าท่วมห้องทำงานและสำนักงานต่างๆ ทั้งห้องการเงิน ฝ่ายอำนวยการ 1,3,4,7 ห้องสืบสวน กก.สส.ภ. จว.นครปฐม ห้องทำงาน รอง ผบก. บ้านพัก ผบก.ภ.จว.นครปฐม บ้านพัก ผบช.ภาค 7

ช่วงเช้าวันที่ 29 ส.ค. นายเอกพันธ์ คุปตวัช นายกเทศบาลนครนครปฐม ระดมเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครนครปฐม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังลงคลอง เจดีย์บูชาโดยด่วน แต่ยังคงมีบางจุดที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ นอกจากนั้นโรงเรียนในพื้นที่ อ.เมืองนครปฐม ยังประกาศปิดการเรียนการสอน 1 วันเนื่องจากมีน้ำไหลเอ่อท่วมเข้าไปในโรงเรียน